คำถามที่พบบ่อย

สังกัดพันธกิจคริสตจักรไทคืออะไร

สังกัดพันธกิจคริสตจักรไทได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฏหมายภายใต้กระทรวงมหาดไทย ชื่อที่จดทะเบียนคือ มูลนิธิพันธกิจไทสร้างสรรค์  จุดประสงค์หลักของมูลนิธินี้คือ การขยายข่าวประเสริฐและก่อตั้งคริสตจักรทั่วประเทศไทย

องค์กร/คริสตจักรอื่นๆสามารถเข้าร่วมกับสังกัดพันธกิจคริสตจักรไทได้หรือไม่

 องค์กร/คริสตจักรอื่นๆสามารถเข้าร่วมกับสังกัดพันธกิจคริสตจักรไทได้ เช่น องค์กรคริสตจักรไทในพระเยซูคริสต์(FJCCA)เป็นองค์กรแรกที่อยู่ภายใต้AFT 

องค์กรที่จะเข้าร่วมกับAFTต้องมีคุณสมบัติดังนี้ :

  1. ไม่ได้อยู่ภายใต้สังกัดอื่นอย่างน้อย 1 ปี

  2. ต้องใช้ยุทธวิธีการสร้างสาวก( Data-Driven Discipleship) ของ AFT

  3. เห็นด้วยกับหลักข้อเชื่อของAFT

  4. ส่งคำขอที่จะเป็นสมาชิก และต้องผ่านการสัมภาษณ์จากผู้นำของAFTด้วย

​ทำไม AFT จึงให้บัพติศมาใน "พระนามพระเยซู"?

การที่ AFT ให้บัพติศมาในพระนามพระเยซู เพราะการให้บัพติศมาในพระนามพระเยซูเป็นการประกาศอย่างทรงพลังถึงตัวตนใหม่ของผู้เชื่อ สิทธิอำนาจของการรับบัพติศมา และความเป็นเอกภาพของพระเจ้าในวัฒนธรรมที่ต่างกัน การให้เหตุผลนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อหลายประการ

ความหมายของบัพติศมา

ประการแรก บัพติศมาเป็นที่เข้าใจว่าเป็นสัญลักษณ์ภายนอกที่แสดงออกถึงการเปลี่ยนแปลงภายในที่เกิดขึ้นโดยผ่านทางความเชื่อ เป็นเครื่องหมายแสดงถึง การเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสต์ ในการสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ คือเป็นการฝังชีวิตเก่าและฟื้นขึ้นสู่ชีวิตใหม่ที่ได้รับการอภัยในพระเยซูคริสต์ ในฐานะหมายสำคัญแห่งพันธสัญญาใหม่ บัพติศมาหมายถึงการที่บุคคลได้เข้าสู่ชุมชนแห่งความเชื่อ (โคโลสี 2:9-15, กาลาเทีย 3:27, โรม 6:3-4)

ทำไมรับบัพติศมา“ในพระนามพระเยซู”?

จากรากฐานดังกล่าว การรับบัพติศมา “ในพระนามพระเยซู” โดยเฉพาะนั้น มีเหตุผลสำคัญสามประการ:

1. เพื่อให้เราเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซู

AFT เชื่อว่าวัตถุประสงค์ของการรับบัพติศมา คือ การรวมผู้เชื่อให้เป็นหนึ่งเดียวกับองค์พระเยซูคริสต์ โดยผ่านทางการเป็นหนึ่งเดียวกันนี้ พระองค์คือผู้ที่ทำให้เราคืนดีกับพระบิดาและทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้เรา (โคโลสี 2:9, โรม 6:3-4, ยอห์น 14:26, ฮีบรู 1:3, โคโลสี 1:19)

2. เพื่อประกาศสิทธิอำนาจของพระเยซู

การรับบัพติศมา ในพระนามพระเยซู เป็นการประกาศว่าพิธีนี้เกิดขึ้นภายใต้สิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระองค์ ซึ่งเป็นไปตามแบบอย่างของเหล่าอัครทูตในพระธรรมกิจการ (กิจการ 2:38, 8:16, 10:48, 19:5) ดังที่พระเยซูตรัสไว้ในมัทธิว 28:18 ว่า “สิทธิอำนาจทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดี ทรงมอบไว้แก่เราแล้ว” ซึ่งหมายความว่าผู้ติดตามของพระองค์มีฤทธิ์อำนาจและสิทธิอำนาจที่จะทำการแทนพระองค์ในการทำให้พระมหาบัญชาสำเร็จ (มัทธิว 28:19)

3. เพื่อสร้างความชัดเจนในวัฒนธรรมที่มีเชื่อในเทพเจ้าหลายองค์

การเน้นย้ำเช่นนี้สำคัญอย่างยิ่งเมื่อแบ่งปันข่าวประเสริฐกับคนไทย ซึ่งหลายคนเชื่อในพระเจ้าหรือเทพเจ้ามากมาย การใช้พระนาม “เยซู” โดยเฉพาะเจาะจงนั้น จึงเป็นการประกาศที่จำเป็นและทรงพลัง เพื่อให้เห็นว่าพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียวนั้นทรงแตกต่างจากพระอื่น ๆทั้งปวง (1 โครินธ์ 8:5-6) เป็นการเชิญชวนให้มาติดสนิทกับพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้าโดยตรง  และเป็นหนทางเดียวที่จะไปถึงพระบิดาได้ ซึ่งเป็นความจริงที่พระคัมภีร์ได้เน้นย้ำไว้ว่า:

“พระเยซูตรัสกับเขาว่า ‘เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา’” (ยอห์น 14:6)

หมายเหตุ: เราต้องการชี้แจงให้ชัดเจนว่าเราไม่ได้ต่อต้านการรับบัพติศมาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เรายอมรับว่าการรับบัพติศมาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้นสามารถทำได้ แต่แนวทางที่เราเลือกคือการให้บัพติศมาในพระนามพระเยซู เพราะเราเชื่อว่าแนวทางการปฏิบัตินี้ช่วยสร้างความชัดเจนที่จำเป็นในวัฒนธรรมที่มีความเชื่อในเทพเจ้าหลายองค์ และมีรากฐานมาจากทั้งแบบอย่างของอัครสาวกและความเชื่อมั่นของเราเกี่ยวกับสิทธิอำนาจที่พระองค์มอบให้แก่ผู้เชื่อ ซึ่งเป็นสิทธิอำนาจเดียวกันกับที่ทรงเสริมกำลังเหล่าอัครสาวกและเสริมกำลังผู้ประกาศหลายพันคนของเรา จึงทำให้พวกเขามีความมั่นใจในการออกไปตามทุกถนนและทุกซอยเพื่อสร้างสาวกของพระเยซูคริสต์

เมื่อออกไปประกาศ ผู้บุกเบิกคริสตจักรของAFT ทำอย่างไรเมื่อพบกับ "ลูกแห่งสันติสุข"

ผู้บุกเบิกคริสตจักรของAFT จะไปในถนนทุกแห่งและแสวงหาลูกแห่งสันติสุข เมื่อพบแล้วพวกเขาจะทำตาม 6 ขั้นตอน ดังนี้:

  1. ฟังเขาและสานสัมพันธ์: สร้างความสัมพันธ์โดยการรับฟังชีวิตของเขา จากนั้นแนะนำพระเยซูว่าพระเยซูเป็นคำตอบของปัญหาในชีวิตของพวกเขา

  2. ไม่นำศาสนาไปให้เขา: แต่มุ่งเน้นกับความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเยซู ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่จะเปิดหัวใจของคนไทยที่จะต้อนรับพระเยซูเข้าไปในชีวิตของพวกเขา

  3. เล่าประสบการณ์ชีวิตของตนเอง: แบ่งปันเรื่องราวชีวิต ก่อนที่จะได้พบพระเยซู ตอนที่พบพระเยซู และหลังจากที่ได้พบกับพระเยซู พร้อมกับสอดแทรกข้อพระคัมภีร์เกี่ยวกับความรักและความรอดของพระเยซูเข้าไปในประสบการณ์ชีวิตนั้น 

  4. เชิญเขาต้อนรับพระเยซู: ถามว่าเขาพร้อมที่จะต้อนรับพระเยซูในตอนนั้นและนำเขาอธิษฐานรับเชื่อพระเยซู

  5. ให้เขาอธิษฐานกับพระเยซูทันที: หนุนใจให้ผู้เชื่อใหม่อธิษฐานเกี่ยวกับปัญหาที่เขากำลังเผชิญหรือเกี่ยวกับชีวิตของเขากับพระเยซูทันที เพื่อที่จะเสริมสร้างความเชื่อผ่านคำตอบและสันติสุขที่เขาได้รับ

  6. เริ่มสร้างสาวกทันที: ติดตามเขาทุกอาทิตย์ที่บ้านของเขาเป็นเวลาประมาณ 26 สัปดาห์  และใน 26 สัปดาห์นั้นจะสร้างเขาโดยใช้หลักสูตรคำอธิษฐาน แผนการของพระเยซู  น้ำแห่งชีวิต(พระกิตติคุณยอห์น) และชีวิตที่ครบบริบูรณ์

ทำไมยุทธวิธีของ AFT จึงก่อตั้งทั้งคริสตจักรหมู่บ้านและคริสตจักรประจำอำเภอ​

โครงสร้างคริสตจักรของAFT มี 2 ระดับที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดในชุมชนและความมั่นคงในระดับอำเภอ

1. คริสตจักรหมู่บ้าน: รากฐาน

  • จุดประสงค์: เพื่อสร้างผู้เชื่อใหม่ให้เป็นสาวกของพระเยซูในพื้นที่ที่พวกเขารู้สึกปลอดภัย

  • เน้น: เน้นการสร้างความสัมพันธ์และการเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณในกลุ่มเล็กๆ ตามแบบอย่างของคริสตจักรยุคแรก

2. คริสตจักรประจำอำเภอ: ศูนย์กลาง

  • การก่อตั้ง: จะเริ่มก่อตั้งคริสตจักรประจำอำเภอเมื่อมีคริสตจักรประจำหมู่บ้านในทุกหมู่บ้านที่อยู่ในอำเภอนั้น

  • บทบาท:

    • เป็นศูนย์กลางสำหรับการนมัสการในระดับที่ใหญ่ขึ้น 

    • สร้างความมั่นคงและเตรียมทรัพยากรที่พร้อมสำหรับการสร้างสาวกเชิงลึก

    • เป็นศูนย์กลางในการขยายข่าวประเสริฐไปยังพื้นที่ใหม่ที่ยังไม่ได้ยินข่าวประเสริฐ

    • รองรับพิธีสำคัญต่างๆ เช่น พิธีแต่งงาน พิธีศพหรืองานเฉลิมฉลองในโอกาสต่างๆ

​AFT มีวิธีการประกาศอย่างไร ให้เข้าถึงบริบททางวัฒนธรรมและความเชื่อของคนไทย

การประกาศของ AFT ถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับโลกทัศน์ของคนไทย โดยตระหนักว่าอัตลักษณ์ของความเป็นไทยนั้นผูกพันอยู่กับศาสนาพุทธในเรื่องเวรกรรมและความทุกข์ วิธีการของเราจึงมุ่งเน้นไปที่บริบททางวัฒนธรรม ดังนี้:

  • เน้นสร้างความสัมพันธ์ ไม่ใช่การยัดเยียดศาสนา

  • แบ่งปันเรื่องราวชีวิตที่ได้รับการเปลี่ยนแปลง โดยอธิบายว่าการอธิษฐานต่อพระเยซูช่วยให้ก้าวผ่านปัญหาในชีวิตได้อย่างไร

  • นำเสนอว่าพระเยซูคือคำตอบของทุกปัญหา และเป็นผู้มีชัยชนะเหนือเวรกรรม

วิธีนี้มุ่งเน้นถึงการมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเยซูในรูปแบบที่ตอบโจทย์คำถามที่ลึกซึ้งที่สุดของคนไทยโดยตรง

​อะไรคือกุญแจสำคัญของเบื้องหลังความสำเร็จของ AFT ในการขยายข่าวประเสริฐในประเทศไทย

สังกัดพันธกิจคริสตจักรไท (AFT) ประสบความสำเร็จด้วยยุทธวิธีที่ขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นรูปแบบที่เข้าถึงคนท้องถิ่น เน้นการสร้างสาวกเชิงลึกและการสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง นี่คือข้อสรุปเบื้องหลังความสำเร็จของ AFT:

มียุทธวิธีในการเข้าถึงวัฒนธรรมและคนในท้องถิ่น :

  • วิธีการของ AFT ถูกพัฒนาขึ้นโดยผู้นำที่เป็นคนไทย ทำให้ยุทธวิธีที่ใช้เหมาะสมกับคนไทย (ไม่ใช่รูปแบบที่นำเข้าจากต่างประเทศ)

  • เราเชิญชวนผู้คนให้เข้ามามี ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเยซู แทนที่จะนำเสนอ "ศาสนาของคนต่างชาติ" ซึ่งวิธีนี้เข้าถึงใจคนไทยได้ดีกว่า เพราะคนไทยมีความเชื่อเดิมอยู่แล้วและมักจะไม่ได้มองหาศาสนาใหม่

  • เราเข้าใจวัฒนธรรมไทยที่เน้นเรื่อง "ความละอาย/ความกลัว"  และเรื่อง "เวรกรรม" เราจะประกาศข่าวประเสริฐอย่างระมัดระวัง โดยไม่เริ่มบทสนทนาด้วยเรื่อง "ความบาป" ซึ่งอาจสร้างความไม่พอใจได้ แต่เรานำเสนอว่า พระเยซูคือ "พระเจ้าเที่ยงแท้แต่องค์เดียว" ผู้เป็นคำตอบของปัญหาชีวิตและเป็นผู้ช่วยให้หลุดพ้นจากเวรกรรมได้

  • เนื่องจากคนไทยคุ้นเคยกับคำว่า "พระเจ้า" หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในหลายรูปแบบ เราจึงเจาะจงใช้นาม "พระเยซู" เพื่อแยกให้ชัดเจนว่าพระองค์คือพระเจ้าผู้เที่ยงแท้แต่องค์เดียวและเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของพวกเขาได้

ยุทธศาสตร์เชิงรุก: การ "ออกไป" หาผู้คน

  • ทำงานเป็นทีมและเน้นการออกไป: ผู้บุกเบิกคริสตจักรของ AFT จะรวมตัวเป็นทีมและ "ออกไป" ประกาศตามหมู่บ้าน  เพื่อให้สำเร็จตามพระมหาบัญชาของพระเยซูในการสร้างสาวก ไม่ใช่นั่งรอให้คนเดินเข้ามาหาเอง 

  • การเดินอธิษฐาน: เราเดินอธิษฐานไปตามตรอกซอกซอยต่างๆ โดยมีความเชื่อว่ามี "ลูกแห่งสันติสุข" ที่กำลังรอคอยฟังข่าวประเสริฐอยู่

  • พลิกวิกฤตเป็นโอกาส: เรารู้จักปรับตัวตามความท้าทายต่างๆ ตัวอย่างเช่น ในช่วงการระบาดของโควิด-19 เราเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการแจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือควบคู่ไปกับการประกาศข่าวประเสริฐ ซึ่งช่วยเปิดประตูสู่การสนทนาและเป็นการสำแดงความรักความห่วงใย

คริสตจักรหมู่บ้าน: พื้นที่ปลอดภัยและอบอุ่นสำหรับ "ผู้เชื่อใหม่"

  • บรรยากาศที่คุ้นเคย: AFT เน้นการก่อตั้งคริสตจักรหมู่บ้านในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย แทนที่จะส่งผู้เชื่อใหม่เข้าไปในอาคารคริสตจักรที่พวกเขาไม่คุ้นชิน

  • ลดแรงต่อต้านและสร้างความปลอดภัย: แนวทางนี้ช่วยลดปัญหาการถูกต่อต้านจากครอบครัว และสร้าง "บรรยากาศที่ปลอดภัยและสบายใจฝ่ายจิตวิญญาณ" เปรียบเสมือนพื้นที่ให้ผู้เชื่อใหม่ที่เป็นเหมือน "ทารก" ในพระคริสต์ ได้เติบโตโดยไม่ต้องเผชิญแรงกดดันให้ต้องทิ้งวิถีวัฒนธรรมเดิมในทันที

  • การเติบโตตามธรรมชาติ: ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ พวกเขาสามารถ "ค่อยๆ เติบโต" และเริ่มเรียนรู้คำศัพท์หรือความเข้าใจแบบคริสเตียนได้ โดยมีพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงชีวิต

การสร้างสาวกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล(Data-Driven Discipleship) และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ 

  • ความสำคัญของ KapTrack: การใช้ซอฟต์แวร์ KapTrack ถือเป็นหัวใจสำคัญในการบันทึกข้อมูลผู้เชื่อใหม่อย่างละเอียดและแม่นยำ เพื่อติดตามการเติบโตฝ่ายวิญญาณ และเป็นหลักประกันว่า "จะไม่มีใครหลงหาย" หรือถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

  • ความโปร่งใสและการเห็นภาพรวม: ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน (Real-time) และการแสดงผลข้อมูล (Dashboards) ช่วยสร้างความโปร่งใส เป็นกำลังใจให้แก่ทีมผู้บุกเบิกคริสตจักร และช่วยให้ผู้นำสามารถจัดการและเห็นภาพการขยายของข่าวประเสริฐได้อย่างชัดเจน

การสร้างสาวกที่เข้มข้นและต่อเนื่อง 

  • สร้างสาวก ไม่ใช่แค่นำมาเชื่อ: AFT มุ่งเน้นการสร้าง "สาวก"  ไม่ใช่เพียงแค่ "ผู้ที่มารับเชื่อ"  โดยเราตระหนักดีว่าการเติบโตฝ่ายวิญญาณคือกระบวนการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

  • การติดตามผลอย่างเป็นระบบ: ผู้เชื่อใหม่จะได้รับการติดตามผลทันทีและสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ (มักใช้เวลาประมาณ 26 สัปดาห์) ผ่านบทเรียนที่มีโครงสร้างชัดเจน เพื่อค่อยๆ ยกระดับความเข้าใจของพวกเขา จากระดับ "น้ำนม" ไปสู่ "อาหารแข็ง"

  • จากหมู่บ้านสู่อำเภอ: เมื่อคริสตจักรระดับหมู่บ้านเติบโตขึ้น เราจะก่อตั้ง คริสตจักรประจำอำเภอ เพื่อเป็นศูนย์กลางสำหรับการสร้างสาวกในระดับที่ลึกขึ้น มีการนมัสการร่วมกัน และเป็นฐานในการขยายข่าวประเสริฐต่อไป

  • ระบบฝึกอบรมผู้นำ: เรามีระบบการฝึกผู้นำที่เป็นลำดับขั้น (ระดับ 1, 2, 3) เพื่อพัฒนาผู้นำทั้งในระดับหมู่บ้านและระดับอำเภอ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีความต่อเนื่องในการทำงานและการเติบโตที่ยั่งยืน

พลังของทีมงานที่ร้อนรนและได้รับการทรงนำโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์

  • การนำโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์: การขับเคลื่อนนี้ได้รับการนำโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างชัดเจนในทุกการตัดสินใจ โดยมีพยานยืนยันถึงการทรงสถิตและฤทธิ์อำนาจในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของพระเยซู

  • ทีมงานอาสาสมัคร: ผู้บุกเบิกคริสตจักรนับพันคนที่มีใจร้อนรน มุ่งมั่นที่จะนำข่าวประเสริฐไปถึงพี่น้องคนไทย พวกเขาขับเคลื่อนภาระใจด้วยความรู้สึกที่ว่า "ในทุกนาที มีคนกำลังจากไปโดยไม่ได้ยินเรื่องราวของพระเยซู "

จุดเน้นที่คำพยานชีวิตและองค์พระเยซู 

  • เรื่องราวที่เปลี่ยนชีวิต: ผู้บุกเบิกจะแบ่งปันคำพยานส่วนตัวที่น่าสนใจ (ชีวิตก่อนเชื่อ - จุดที่ตัดสินใจ - ชีวิตหลังเชื่อพระเยซู) ผสมผสานไปกับพระวจนะ ซึ่งเข้าถึงใจคนไทยได้เป็นอย่างดี

  • คำอธิษฐานรับเชื่อ: ผู้ที่ตอบสนองจะได้รับการนำอธิษฐานต้อนรับพระเยซู ซึ่งมักทำร่วมกันเป็นกลุ่ม เพื่อสร้างความรู้สึกผูกพันและการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

  • ประสบการณ์ส่วนตัวกับพระเยซู: ผู้เชื่อใหม่จะได้รับการหนุนใจให้อธิษฐานทูลขอต่อพระเยซูสำหรับปัญหาที่เผชิญอยู่ทันที  และเมื่อคำอธิษฐานได้รับคำตอบ จึงเป็นสิ่งที่ยืนยันความเชื่อของพวกเขาให้เข้มแข็ง

  • จุดเปลี่ยน: จุดเปลี่ยนสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความเข้าใจในสมอง แต่อยู่ที่จิตวิญญาณ คือวินาทีแห่งการอธิษฐานเมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์สัมผัสกับจิตวิญญาณของเขา ทำให้พระเยซูเป็นความจริงในชีวิตของเขา ซึ่งก่อนหน้านี้ ศาสนาคริสต์อาจถูกมองข้ามว่าเป็นเพียง "อีกศาสนาหนึ่ง" หลังจากนั้น ใจของพวกเขาจะเปิดออกเพื่อรับฟังข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้าอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก

นิมิตที่ชัดเจนและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน 

  • AFT ดำเนินงานด้วยนิมิตที่ชัดเจนและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน คือ: "ตั้งคริสตจักรประจำหมู่บ้านในทุกหมู่บ้าน และก่อตั้งคริสตจักรประจำอำเภอในทุกอำเภอ ให้ครบทั้ง 77 จังหวัดของประเทศไทย" ทุกคนในองค์กรต่างสนับสนุนและทุ่มเททำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อให้เป้าหมายนี้สำเร็จ


Where can I learn more abut the AFT Vision?

By downloading and reading this document "The Vision of the Association of Free Churches in Thailand" you'll gain a deep understanding of the AFT’s vision, rich history, remarkable progress, and strategic methodology. Dive into this document to explore how the AFT is shaping its mission and making an impact.

​เราจะมีส่วนร่วมกับ AFT เพื่อช่วยนำข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ไปให้ถึงคนไทยทั่วประเทศได้อย่างไร​

นิมิตของเราคือการได้เห็นสาวกของพระเยซูคริสต์เกิดขึ้นในทุกหมู่บ้านของประเทศไทย และเรากำลังมองหาองค์กรท้องถิ่นที่มีเป้าหมายสอดคล้องกับพระมหาบัญชาเพื่อมาร่วมงานกับเรา เพื่อให้นิมิตนี้เป็นจริง เราได้ทำการอบรมพี่น้องจากองค์กรอื่นๆด้วยยุทธวิธีการสร้างสาวกที่มีประสิทธิภาพเพราะตั้งอยู่บนพื้นฐานของพระคัมภีร์ ซึ่งสอดคล้องกับบริบทวัฒนธรรมไทย และขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่สามารถวัดผลได้จริง

มี 2 แนวทางหลักที่คริสตจักรหรือองค์กรของท่านสามารถร่วมมือกับเราได้:

1. นำยุทธวิธีของเราไปใช้ : สำหรับองค์กรที่มีสังกัดอยู่แล้ว (เช่น EFT, CCT, TBC, KBC, Hope ฯลฯ) แต่ต้องการเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงผู้คน เราจะจัดอบรมให้ใช้ "ยุทธวิธี" ที่เกิดผลของเราที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าสามารถนำข่าวประเสริฐไปถึงคนไทยได้จริง

  • ท่านจะได้รับการอบรมยุทธวิธีและบทเรียนต่างๆ รวมถึงแอปพลิเคชัน KapTrack เพื่อบริหารจัดการการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ

  • พันธกิจของท่านจะมีการวัดผลอย่างเป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่าเกิดการสร้างสาวกของพระเยซูอย่างแท้จริง

2. เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ AFT : สำหรับคริสตจักรและองค์กรที่ยังไม่มีสังกัด และได้รับการทรงเรียกให้มาร่วมมือกับ AFT เราเปิดรับท่านเข้าเป็นสมาชิกอย่างเต็มรูปแบบ

  • ในฐานะสมาชิก ท่านต้องยอมรับใน "หลักข้อเชื่อ" ของเรา

  • ท่านจะได้รับหลักสูตรการอบรมและแอบพลิเคชั่น Kaptrack เหมือนกับกลุ่มที่หนึ่ง

  • นอกจากนี้ เราจะพยายามหาทุนสนับสนุนในการทำพันธกิจในการประกาศข่าวประเสริฐ (โดยไม่รับประกัน) เพื่อเสริมกำลังให้กับพันธกิจที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงมอบหมายไว้

ความมุ่งมั่นของเรา: จุดเน้นของเราคือ "การลงมือทำอย่างทุ่มเท" เพื่อที่จะสนับสนุนผู้ร่วมงานของเราให้ดีที่สุด เราจำเป็นต้องอุทิศเวลาให้กับผู้ที่พร้อมจะทุ่มเทให้กับนิมิตนี้ มากกว่าผู้ที่ยังอยู่ในช่วงของการตัดสินใจ

เราไม่มีกำลังเพียงพอที่จะรองรับผู้ที่ต้องการแค่ "เข้ามาดูงานแล้วก็ไป" เนื่องจากทรัพยากรของเราถูกสงวนไว้สำหรับผู้ที่ลงมือปฏิบัติจริงเท่านั้น

หากท่านจริงจังกับงานนี้ เราก็พร้อมและจริงจังที่จะเริ่มพูดคุยกับท่าน

กรุณาส่งอีเมลถึงประธานสังกัดพันธกิจคริสตจักรไทเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม