สังกัดพันธกิจคริสตจักรไท
Supportสังกัดพันธกิจคริสตจักรไทได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฏหมายภายใต้กระทรวงมหาดไทย ชื่อที่จดทะเบียนคือ มูลนิธิพันธกิจไทสร้างสรรค์ จุดประสงค์หลักของมูลนิธินี้คือ การขยายข่าวประเสริฐและก่อตั้งคริสตจักรทั่วประเทศไทย
องค์กร/คริสตจักรอื่นๆสามารถเข้าร่วมกับสังกัดพันธกิจคริสตจักรไทได้ เช่น องค์กรคริสตจักรไทในพระเยซูคริสต์(FJCCA)เป็นองค์กรแรกที่อยู่ภายใต้AFT
องค์กรที่จะเข้าร่วมกับAFTต้องมีคุณสมบัติดังนี้ :
ไม่ได้อยู่ภายใต้สังกัดอื่นอย่างน้อย 1 ปี
ต้องใช้ยุทธวิธีการสร้างสาวก( Data-Driven Discipleship) ของ AFT
เห็นด้วยกับหลักข้อเชื่อของAFT
ส่งคำขอที่จะเป็นสมาชิก และต้องผ่านการสัมภาษณ์จากผู้นำของAFTด้วย
การที่ AFT ให้บัพติศมาในพระนามพระเยซู เพราะการให้บัพติศมาในพระนามพระเยซูเป็นการประกาศอย่างทรงพลังถึงตัวตนใหม่ของผู้เชื่อ สิทธิอำนาจของการรับบัพติศมา และความเป็นเอกภาพของพระเจ้าในวัฒนธรรมที่ต่างกัน การให้เหตุผลนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อหลายประการ
ประการแรก บัพติศมาเป็นที่เข้าใจว่าเป็นสัญลักษณ์ภายนอกที่แสดงออกถึงการเปลี่ยนแปลงภายในที่เกิดขึ้นโดยผ่านทางความเชื่อ เป็นเครื่องหมายแสดงถึง การเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสต์ ในการสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ คือเป็นการฝังชีวิตเก่าและฟื้นขึ้นสู่ชีวิตใหม่ที่ได้รับการอภัยในพระเยซูคริสต์ ในฐานะหมายสำคัญแห่งพันธสัญญาใหม่ บัพติศมาหมายถึงการที่บุคคลได้เข้าสู่ชุมชนแห่งความเชื่อ (โคโลสี 2:9-15, กาลาเทีย 3:27, โรม 6:3-4)
จากรากฐานดังกล่าว การรับบัพติศมา “ในพระนามพระเยซู” โดยเฉพาะนั้น มีเหตุผลสำคัญสามประการ:
AFT เชื่อว่าวัตถุประสงค์ของการรับบัพติศมา คือ การรวมผู้เชื่อให้เป็นหนึ่งเดียวกับองค์พระเยซูคริสต์ โดยผ่านทางการเป็นหนึ่งเดียวกันนี้ พระองค์คือผู้ที่ทำให้เราคืนดีกับพระบิดาและทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้เรา (โคโลสี 2:9, โรม 6:3-4, ยอห์น 14:26, ฮีบรู 1:3, โคโลสี 1:19)
การรับบัพติศมา ในพระนามพระเยซู เป็นการประกาศว่าพิธีนี้เกิดขึ้นภายใต้สิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระองค์ ซึ่งเป็นไปตามแบบอย่างของเหล่าอัครทูตในพระธรรมกิจการ (กิจการ 2:38, 8:16, 10:48, 19:5) ดังที่พระเยซูตรัสไว้ในมัทธิว 28:18 ว่า “สิทธิอำนาจทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดี ทรงมอบไว้แก่เราแล้ว” ซึ่งหมายความว่าผู้ติดตามของพระองค์มีฤทธิ์อำนาจและสิทธิอำนาจที่จะทำการแทนพระองค์ในการทำให้พระมหาบัญชาสำเร็จ (มัทธิว 28:19)
การเน้นย้ำเช่นนี้สำคัญอย่างยิ่งเมื่อแบ่งปันข่าวประเสริฐกับคนไทย ซึ่งหลายคนเชื่อในพระเจ้าหรือเทพเจ้ามากมาย การใช้พระนาม “เยซู” โดยเฉพาะเจาะจงนั้น จึงเป็นการประกาศที่จำเป็นและทรงพลัง เพื่อให้เห็นว่าพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียวนั้นทรงแตกต่างจากพระอื่น ๆทั้งปวง (1 โครินธ์ 8:5-6) เป็นการเชิญชวนให้มาติดสนิทกับพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้าโดยตรง และเป็นหนทางเดียวที่จะไปถึงพระบิดาได้ ซึ่งเป็นความจริงที่พระคัมภีร์ได้เน้นย้ำไว้ว่า:
“พระเยซูตรัสกับเขาว่า ‘เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา’” (ยอห์น 14:6)
หมายเหตุ: เราต้องการชี้แจงให้ชัดเจนว่าเราไม่ได้ต่อต้านการรับบัพติศมาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ เรายอมรับว่าการรับบัพติศมาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้นสามารถทำได้ แต่แนวทางที่เราเลือกคือการให้บัพติศมาในพระนามพระเยซู เพราะเราเชื่อว่าแนวทางการปฏิบัตินี้ช่วยสร้างความชัดเจนที่จำเป็นในวัฒนธรรมที่มีความเชื่อในเทพเจ้าหลายองค์ และมีรากฐานมาจากทั้งแบบอย่างของอัครสาวกและความเชื่อมั่นของเราเกี่ยวกับสิทธิอำนาจที่พระองค์มอบให้แก่ผู้เชื่อ ซึ่งเป็นสิทธิอำนาจเดียวกันกับที่ทรงเสริมกำลังเหล่าอัครสาวกและเสริมกำลังผู้ประกาศหลายพันคนของเรา จึงทำให้พวกเขามีความมั่นใจในการออกไปตามทุกถนนและทุกซอยเพื่อสร้างสาวกของพระเยซูคริสต์
ผู้บุกเบิกคริสตจักรของAFT จะไปในถนนทุกแห่งและแสวงหาลูกแห่งสันติสุข เมื่อพบแล้วพวกเขาจะทำตาม 6 ขั้นตอน ดังนี้:
ฟังเขาและสานสัมพันธ์: สร้างความสัมพันธ์โดยการรับฟังชีวิตของเขา จากนั้นแนะนำพระเยซูว่าพระเยซูเป็นคำตอบของปัญหาในชีวิตของพวกเขา
ไม่นำศาสนาไปให้เขา: แต่มุ่งเน้นกับความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเยซู ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่จะเปิดหัวใจของคนไทยที่จะต้อนรับพระเยซูเข้าไปในชีวิตของพวกเขา
เล่าประสบการณ์ชีวิตของตนเอง: แบ่งปันเรื่องราวชีวิต ก่อนที่จะได้พบพระเยซู ตอนที่พบพระเยซู และหลังจากที่ได้พบกับพระเยซู พร้อมกับสอดแทรกข้อพระคัมภีร์เกี่ยวกับความรักและความรอดของพระเยซูเข้าไปในประสบการณ์ชีวิตนั้น
เชิญเขาต้อนรับพระเยซู: ถามว่าเขาพร้อมที่จะต้อนรับพระเยซูในตอนนั้นและนำเขาอธิษฐานรับเชื่อพระเยซู
ให้เขาอธิษฐานกับพระเยซูทันที: หนุนใจให้ผู้เชื่อใหม่อธิษฐานเกี่ยวกับปัญหาที่เขากำลังเผชิญหรือเกี่ยวกับชีวิตของเขากับพระเยซูทันที เพื่อที่จะเสริมสร้างความเชื่อผ่านคำตอบและสันติสุขที่เขาได้รับ
เริ่มสร้างสาวกทันที: ติดตามเขาทุกอาทิตย์ที่บ้านของเขาเป็นเวลาประมาณ 26 สัปดาห์ และใน 26 สัปดาห์นั้นจะสร้างเขาโดยใช้หลักสูตรคำอธิษฐาน แผนการของพระเยซู น้ำแห่งชีวิต(พระกิตติคุณยอห์น) และชีวิตที่ครบบริบูรณ์
โครงสร้างคริสตจักรของAFT มี 2 ระดับที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดในชุมชนและความมั่นคงในระดับอำเภอ
1. คริสตจักรหมู่บ้าน: รากฐาน
จุดประสงค์: เพื่อสร้างผู้เชื่อใหม่ให้เป็นสาวกของพระเยซูในพื้นที่ที่พวกเขารู้สึกปลอดภัย
เน้น: เน้นการสร้างความสัมพันธ์และการเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณในกลุ่มเล็กๆ ตามแบบอย่างของคริสตจักรยุคแรก
2. คริสตจักรประจำอำเภอ: ศูนย์กลาง
การก่อตั้ง: จะเริ่มก่อตั้งคริสตจักรประจำอำเภอเมื่อมีคริสตจักรประจำหมู่บ้านในทุกหมู่บ้านที่อยู่ในอำเภอนั้น
บทบาท:
เป็นศูนย์กลางสำหรับการนมัสการในระดับที่ใหญ่ขึ้น
สร้างความมั่นคงและเตรียมทรัพยากรที่พร้อมสำหรับการสร้างสาวกเชิงลึก
เป็นศูนย์กลางในการขยายข่าวประเสริฐไปยังพื้นที่ใหม่ที่ยังไม่ได้ยินข่าวประเสริฐ
รองรับพิธีสำคัญต่างๆ เช่น พิธีแต่งงาน พิธีศพหรืองานเฉลิมฉลองในโอกาสต่างๆ
การประกาศของ AFT ถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับโลกทัศน์ของคนไทย โดยตระหนักว่าอัตลักษณ์ของความเป็นไทยนั้นผูกพันอยู่กับศาสนาพุทธในเรื่องเวรกรรมและความทุกข์ วิธีการของเราจึงมุ่งเน้นไปที่บริบททางวัฒนธรรม ดังนี้:
เน้นสร้างความสัมพันธ์ ไม่ใช่การยัดเยียดศาสนา
แบ่งปันเรื่องราวชีวิตที่ได้รับการเปลี่ยนแปลง โดยอธิบายว่าการอธิษฐานต่อพระเยซูช่วยให้ก้าวผ่านปัญหาในชีวิตได้อย่างไร
นำเสนอว่าพระเยซูคือคำตอบของทุกปัญหา และเป็นผู้มีชัยชนะเหนือเวรกรรม
วิธีนี้มุ่งเน้นถึงการมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเยซูในรูปแบบที่ตอบโจทย์คำถามที่ลึกซึ้งที่สุดของคนไทยโดยตรง
สังกัดพันธกิจคริสตจักรไท (AFT) ประสบความสำเร็จด้วยยุทธวิธีที่ขับเคลื่อนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นรูปแบบที่เข้าถึงคนท้องถิ่น เน้นการสร้างสาวกเชิงลึกและการสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง นี่คือข้อสรุปเบื้องหลังความสำเร็จของ AFT:
มียุทธวิธีในการเข้าถึงวัฒนธรรมและคนในท้องถิ่น :
วิธีการของ AFT ถูกพัฒนาขึ้นโดยผู้นำที่เป็นคนไทย ทำให้ยุทธวิธีที่ใช้เหมาะสมกับคนไทย (ไม่ใช่รูปแบบที่นำเข้าจากต่างประเทศ)
เราเชิญชวนผู้คนให้เข้ามามี ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเยซู แทนที่จะนำเสนอ "ศาสนาของคนต่างชาติ" ซึ่งวิธีนี้เข้าถึงใจคนไทยได้ดีกว่า เพราะคนไทยมีความเชื่อเดิมอยู่แล้วและมักจะไม่ได้มองหาศาสนาใหม่
เราเข้าใจวัฒนธรรมไทยที่เน้นเรื่อง "ความละอาย/ความกลัว" และเรื่อง "เวรกรรม" เราจะประกาศข่าวประเสริฐอย่างระมัดระวัง โดยไม่เริ่มบทสนทนาด้วยเรื่อง "ความบาป" ซึ่งอาจสร้างความไม่พอใจได้ แต่เรานำเสนอว่า พระเยซูคือ "พระเจ้าเที่ยงแท้แต่องค์เดียว" ผู้เป็นคำตอบของปัญหาชีวิตและเป็นผู้ช่วยให้หลุดพ้นจากเวรกรรมได้
เนื่องจากคนไทยคุ้นเคยกับคำว่า "พระเจ้า" หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในหลายรูปแบบ เราจึงเจาะจงใช้นาม "พระเยซู" เพื่อแยกให้ชัดเจนว่าพระองค์คือพระเจ้าผู้เที่ยงแท้แต่องค์เดียวและเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของพวกเขาได้
ยุทธศาสตร์เชิงรุก: การ "ออกไป" หาผู้คน
ทำงานเป็นทีมและเน้นการออกไป: ผู้บุกเบิกคริสตจักรของ AFT จะรวมตัวเป็นทีมและ "ออกไป" ประกาศตามหมู่บ้าน เพื่อให้สำเร็จตามพระมหาบัญชาของพระเยซูในการสร้างสาวก ไม่ใช่นั่งรอให้คนเดินเข้ามาหาเอง
การเดินอธิษฐาน: เราเดินอธิษฐานไปตามตรอกซอกซอยต่างๆ โดยมีความเชื่อว่ามี "ลูกแห่งสันติสุข" ที่กำลังรอคอยฟังข่าวประเสริฐอยู่
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส: เรารู้จักปรับตัวตามความท้าทายต่างๆ ตัวอย่างเช่น ในช่วงการระบาดของโควิด-19 เราเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการแจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือควบคู่ไปกับการประกาศข่าวประเสริฐ ซึ่งช่วยเปิดประตูสู่การสนทนาและเป็นการสำแดงความรักความห่วงใย
คริสตจักรหมู่บ้าน: พื้นที่ปลอดภัยและอบอุ่นสำหรับ "ผู้เชื่อใหม่"
บรรยากาศที่คุ้นเคย: AFT เน้นการก่อตั้งคริสตจักรหมู่บ้านในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย แทนที่จะส่งผู้เชื่อใหม่เข้าไปในอาคารคริสตจักรที่พวกเขาไม่คุ้นชิน
ลดแรงต่อต้านและสร้างความปลอดภัย: แนวทางนี้ช่วยลดปัญหาการถูกต่อต้านจากครอบครัว และสร้าง "บรรยากาศที่ปลอดภัยและสบายใจฝ่ายจิตวิญญาณ" เปรียบเสมือนพื้นที่ให้ผู้เชื่อใหม่ที่เป็นเหมือน "ทารก" ในพระคริสต์ ได้เติบโตโดยไม่ต้องเผชิญแรงกดดันให้ต้องทิ้งวิถีวัฒนธรรมเดิมในทันที
การเติบโตตามธรรมชาติ: ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ พวกเขาสามารถ "ค่อยๆ เติบโต" และเริ่มเรียนรู้คำศัพท์หรือความเข้าใจแบบคริสเตียนได้ โดยมีพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงชีวิต
การสร้างสาวกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล(Data-Driven Discipleship) และการวางแผนเชิงกลยุทธ์
ความสำคัญของ KapTrack: การใช้ซอฟต์แวร์ KapTrack ถือเป็นหัวใจสำคัญในการบันทึกข้อมูลผู้เชื่อใหม่อย่างละเอียดและแม่นยำ เพื่อติดตามการเติบโตฝ่ายวิญญาณ และเป็นหลักประกันว่า "จะไม่มีใครหลงหาย" หรือถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ความโปร่งใสและการเห็นภาพรวม: ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน (Real-time) และการแสดงผลข้อมูล (Dashboards) ช่วยสร้างความโปร่งใส เป็นกำลังใจให้แก่ทีมผู้บุกเบิกคริสตจักร และช่วยให้ผู้นำสามารถจัดการและเห็นภาพการขยายของข่าวประเสริฐได้อย่างชัดเจน
การสร้างสาวกที่เข้มข้นและต่อเนื่อง
สร้างสาวก ไม่ใช่แค่นำมาเชื่อ: AFT มุ่งเน้นการสร้าง "สาวก" ไม่ใช่เพียงแค่ "ผู้ที่มารับเชื่อ" โดยเราตระหนักดีว่าการเติบโตฝ่ายวิญญาณคือกระบวนการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง
การติดตามผลอย่างเป็นระบบ: ผู้เชื่อใหม่จะได้รับการติดตามผลทันทีและสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ (มักใช้เวลาประมาณ 26 สัปดาห์) ผ่านบทเรียนที่มีโครงสร้างชัดเจน เพื่อค่อยๆ ยกระดับความเข้าใจของพวกเขา จากระดับ "น้ำนม" ไปสู่ "อาหารแข็ง"
จากหมู่บ้านสู่อำเภอ: เมื่อคริสตจักรระดับหมู่บ้านเติบโตขึ้น เราจะก่อตั้ง คริสตจักรประจำอำเภอ เพื่อเป็นศูนย์กลางสำหรับการสร้างสาวกในระดับที่ลึกขึ้น มีการนมัสการร่วมกัน และเป็นฐานในการขยายข่าวประเสริฐต่อไป
ระบบฝึกอบรมผู้นำ: เรามีระบบการฝึกผู้นำที่เป็นลำดับขั้น (ระดับ 1, 2, 3) เพื่อพัฒนาผู้นำทั้งในระดับหมู่บ้านและระดับอำเภอ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีความต่อเนื่องในการทำงานและการเติบโตที่ยั่งยืน
พลังของทีมงานที่ร้อนรนและได้รับการทรงนำโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์
การนำโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์: การขับเคลื่อนนี้ได้รับการนำโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างชัดเจนในทุกการตัดสินใจ โดยมีพยานยืนยันถึงการทรงสถิตและฤทธิ์อำนาจในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของพระเยซู
ทีมงานอาสาสมัคร: ผู้บุกเบิกคริสตจักรนับพันคนที่มีใจร้อนรน มุ่งมั่นที่จะนำข่าวประเสริฐไปถึงพี่น้องคนไทย พวกเขาขับเคลื่อนภาระใจด้วยความรู้สึกที่ว่า "ในทุกนาที มีคนกำลังจากไปโดยไม่ได้ยินเรื่องราวของพระเยซู "
จุดเน้นที่คำพยานชีวิตและองค์พระเยซู
เรื่องราวที่เปลี่ยนชีวิต: ผู้บุกเบิกจะแบ่งปันคำพยานส่วนตัวที่น่าสนใจ (ชีวิตก่อนเชื่อ - จุดที่ตัดสินใจ - ชีวิตหลังเชื่อพระเยซู) ผสมผสานไปกับพระวจนะ ซึ่งเข้าถึงใจคนไทยได้เป็นอย่างดี
คำอธิษฐานรับเชื่อ: ผู้ที่ตอบสนองจะได้รับการนำอธิษฐานต้อนรับพระเยซู ซึ่งมักทำร่วมกันเป็นกลุ่ม เพื่อสร้างความรู้สึกผูกพันและการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
ประสบการณ์ส่วนตัวกับพระเยซู: ผู้เชื่อใหม่จะได้รับการหนุนใจให้อธิษฐานทูลขอต่อพระเยซูสำหรับปัญหาที่เผชิญอยู่ทันที และเมื่อคำอธิษฐานได้รับคำตอบ จึงเป็นสิ่งที่ยืนยันความเชื่อของพวกเขาให้เข้มแข็ง
จุดเปลี่ยน: จุดเปลี่ยนสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความเข้าใจในสมอง แต่อยู่ที่จิตวิญญาณ คือวินาทีแห่งการอธิษฐานเมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์สัมผัสกับจิตวิญญาณของเขา ทำให้พระเยซูเป็นความจริงในชีวิตของเขา ซึ่งก่อนหน้านี้ ศาสนาคริสต์อาจถูกมองข้ามว่าเป็นเพียง "อีกศาสนาหนึ่ง" หลังจากนั้น ใจของพวกเขาจะเปิดออกเพื่อรับฟังข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้าอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก
นิมิตที่ชัดเจนและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
AFT ดำเนินงานด้วยนิมิตที่ชัดเจนและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน คือ: "ตั้งคริสตจักรประจำหมู่บ้านในทุกหมู่บ้าน และก่อตั้งคริสตจักรประจำอำเภอในทุกอำเภอ ให้ครบทั้ง 77 จังหวัดของประเทศไทย" ทุกคนในองค์กรต่างสนับสนุนและทุ่มเททำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อให้เป้าหมายนี้สำเร็จ
By downloading and reading this document "The Vision of the Association of Free Churches in Thailand" you'll gain a deep understanding of the AFT’s vision, rich history, remarkable progress, and strategic methodology. Dive into this document to explore how the AFT is shaping its mission and making an impact.
นิมิตของเราคือการได้เห็นสาวกของพระเยซูคริสต์เกิดขึ้นในทุกหมู่บ้านของประเทศไทย และเรากำลังมองหาองค์กรท้องถิ่นที่มีเป้าหมายสอดคล้องกับพระมหาบัญชาเพื่อมาร่วมงานกับเรา เพื่อให้นิมิตนี้เป็นจริง เราได้ทำการอบรมพี่น้องจากองค์กรอื่นๆด้วยยุทธวิธีการสร้างสาวกที่มีประสิทธิภาพเพราะตั้งอยู่บนพื้นฐานของพระคัมภีร์ ซึ่งสอดคล้องกับบริบทวัฒนธรรมไทย และขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่สามารถวัดผลได้จริง
มี 2 แนวทางหลักที่คริสตจักรหรือองค์กรของท่านสามารถร่วมมือกับเราได้:
1. นำยุทธวิธีของเราไปใช้ : สำหรับองค์กรที่มีสังกัดอยู่แล้ว (เช่น EFT, CCT, TBC, KBC, Hope ฯลฯ) แต่ต้องการเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงผู้คน เราจะจัดอบรมให้ใช้ "ยุทธวิธี" ที่เกิดผลของเราที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าสามารถนำข่าวประเสริฐไปถึงคนไทยได้จริง
ท่านจะได้รับการอบรมยุทธวิธีและบทเรียนต่างๆ รวมถึงแอปพลิเคชัน KapTrack เพื่อบริหารจัดการการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ
พันธกิจของท่านจะมีการวัดผลอย่างเป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่าเกิดการสร้างสาวกของพระเยซูอย่างแท้จริง
2. เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ AFT : สำหรับคริสตจักรและองค์กรที่ยังไม่มีสังกัด และได้รับการทรงเรียกให้มาร่วมมือกับ AFT เราเปิดรับท่านเข้าเป็นสมาชิกอย่างเต็มรูปแบบ
ในฐานะสมาชิก ท่านต้องยอมรับใน "หลักข้อเชื่อ" ของเรา
ท่านจะได้รับหลักสูตรการอบรมและแอบพลิเคชั่น Kaptrack เหมือนกับกลุ่มที่หนึ่ง
นอกจากนี้ เราจะพยายามหาทุนสนับสนุนในการทำพันธกิจในการประกาศข่าวประเสริฐ (โดยไม่รับประกัน) เพื่อเสริมกำลังให้กับพันธกิจที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงมอบหมายไว้
ความมุ่งมั่นของเรา: จุดเน้นของเราคือ "การลงมือทำอย่างทุ่มเท" เพื่อที่จะสนับสนุนผู้ร่วมงานของเราให้ดีที่สุด เราจำเป็นต้องอุทิศเวลาให้กับผู้ที่พร้อมจะทุ่มเทให้กับนิมิตนี้ มากกว่าผู้ที่ยังอยู่ในช่วงของการตัดสินใจ
เราไม่มีกำลังเพียงพอที่จะรองรับผู้ที่ต้องการแค่ "เข้ามาดูงานแล้วก็ไป" เนื่องจากทรัพยากรของเราถูกสงวนไว้สำหรับผู้ที่ลงมือปฏิบัติจริงเท่านั้น
หากท่านจริงจังกับงานนี้ เราก็พร้อมและจริงจังที่จะเริ่มพูดคุยกับท่าน
กรุณาส่งอีเมลถึงประธานสังกัดพันธกิจคริสตจักรไทเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
