สังกัดพันธกิจคริสตจักรไท
Supportประธาน
จบการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์จาก Bethel University in Arden Hills, MN.
จบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านบริหารเทคโนโลยี จาก Phoenix University
ได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสนาจารย์จากคริสตจักร Brook Hills in Birmingham AL ในวันที่ 6 ธันวาวาคม 2552
รองประธาน
ได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสนาจารย์จากสังกัดสหกิจคริสตจักรในประเทศไทย ในวันที่ 18 ตุลาคม 2554
จบการศึกษาระดับปริญญาเอก (D.Min.) จากพระคริสตธรรมไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช
รองประธาน-การฝึกอบรม
ได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสนาจารย์จากสังกัดสหกิจคริสตจักรในประเทศไทย ในวันที่ 18 ตุลาคม 2554
จบการศึกษาระดับปริญญาเอก (D.Min.) จากพระคริสตธรรมไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช
รองประธาน - การประสานงาน
จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร
จบการศึกษาระดับปริญญาโท คณะบริหารการจัดการ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์
จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากพระคริสตธรรมไทย
จบการศึกษาระดับปริญญาเอก (D.Min.) จากพระคริสตธรรมไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช
การเติบโตที่น่าอัศจรรย์ของสังกัดพันธกิจคริสตจักรไท (AFT) เป็นที่เข้าใจได้ว่าเป็นกรณีศึกษาที่ทรงพลังทางด้านการทำพันธกิจ ซึ่งสร้างขึ้นบนสามเสาหลัก ดังนี้ การมีรากฐานที่เป็นคนไทยท้องถิ่น การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ และ ตัวเร่งที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
การขับเคลื่อนนี้เริ่มต้นด้วยความเชื่อที่แรงกล้าของอาจารย์สมศักดิ์ และภรรยาของเขาอาจารย์รัตน์จิโรจน์ หลังจากที่พวกเขากลับใจในปี 1984 พวกเขาสละธุรกิจตัวแทนประกันชีวิตเพื่อทำงานรับใช้พระเจ้า ถึงแม้ว่าในช่วงเวลานั้นไม่มีคริสตจักร ไม่มีมิชชันนารีและไม่มีผู้เชื่อในอำเภอที่เขาอยู่เลย แต่พวกเขาก็ได้พัฒนายุทธวิธีที่ยึดตามพระคัมภีร์อย่างแท้จริง โดยดึงแนวปฏิบัติโดยตรงจากพระกิตติคุณและพระธรรมกิจการ สิ่งนี้ได้ก่อให้เกิดการขับเคลื่อทางวัฒนธรรมโดยมีผู้นำที่เป็นคนไทย ซึ่งจะเติบโตขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เริ่มต้นจากคริสตจักรบ้านที่ค่อยๆขยายตัวกลายเป็นองค์กรคริสตจักรไทในพระเยซูคริสต์ (FJCCA)
ในปี 2016 อาจารย์สมศักดิ์ ผู้นำของ FJCCA ได้รับนิมิตจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งเรียกว่า “นิมิตในปี 2020” ในนิมิตนี้ เขาถูกเรียกให้ก่อตั้งคริสตจักรใหม่ 1,000 แห่ง และมีผู้เชื่อใหม่ในพระเยซู 10,000 คนภายในสิ้นปี 2020 แผนการเบื้องต้นของพวกเขาในการบรรลุเป้าหมายนี้คือการใช้กลยุทธ์แบบดั้งเดิม คือ การจัดงานคริสต์มาสอย่างยิ่งใหญ่ 4 ครั้ง โดยจะจัดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ในปีแรกที่พวกเขากำลังจะทำเช่นนั้น ก็มีเหตุการณ์ที่โศกเศร้าเกิดขึ้น คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้สวรรคต ทำให้ต้องยกเลิกงานดังกล่าว อุปสรรคนี้ได้กลายเป็นโอกาส เพราะเหตุการณ์นี้ได้บีบบังคับให้พวกเขาต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ แทนที่จะจัดงานที่ยิ่งใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่พวกเขาเปลี่ยนไปเป็นการจัดงานย่อยๆ ในแต่ละหมู่บ้านโดยกระจายไปถึง 17 แห่ง ความสำเร็จอันน่าอัศจรรย์ของการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งนี้ ส่งผลให้มีผู้เชื่อใหม่ 700 คน และมีคริสตจักร 17 แห่งในเวลา 2 เดือน ซึ่งทำให้เห็นว่ากลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของพวกเขาไม่ใช่การดึงดูดฝูงชน แต่เป็นการออกไปหาผู้คนโดยตรง

กลยุทธ์ที่นำโดยพระวิญญาณนี้ได้รับการยืนยันด้วยข้อมูลที่ชัดเจน จากอาจารย์ดไวท์ มาร์ติน ผู้ที่มีสองสัญชาติไทยและอเมริกัน ซึ่งเกิดจากครอบครัวมิชชันนารี อาจารย์ดไวท์ได้ใช้เวลาหนึ่งทศวรรษ ในการสร้างฐานข้อมูลคริสตจักรผ่านมูลนิธิอีสตาร์ การวิจัยของเขาเผยให้เห็นถึงความจำเป็นอย่างยิ่งเพราะมีหมู่บ้านถึง 95% ในประเทศไทยที่ยังไม่มีคริสเตียน และในช่วงเวลาเดียวกันนี้ เขาได้อ่านพระธรรมลูกา 4:43 ที่กล่าวว่า “เราต้องไปประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้าแก่เมืองอื่นๆ ด้วย พระองค์ทรงใช้เรามาก็เพราะเหตุนี้” จากข้อนี้ อาจารย์ดไวท์ตระหนักว่าจุดประสงค์หลักของพระเยซูคือหมู่บ้าน สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งและได้เสาะหาพันธมิตรเพื่อช่วยในการเข้าถึงหมู่บ้านต่างๆ ในประเทศไทย และอาจารย์ดไวท์ได้พบผู้นำที่มียุทธวิธีที่เหมาะสมกับคนไทยท้องถิ่น ซึ่งได้ตอบโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับข้อมูลของเขาที่ได้เปิดเผยไว้แล้วในตัวของอาจารย์สมศักดิ์ การร่วมมือกันในปี 2017 ได้รวมเอาพันธกิจที่เน้นความสัมพันธ์ของอาจารย์สมศักดิ์เข้ากับทักษะด้านเทคโนโลยีและกลยุทธ์ของอาจารย์ดไวท์ การร่วมมือกันในครั้งนี้ได้สร้างรูปแบบการสร้างสาวกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอันทรงพลัง ซึ่งทำให้ AFT ไม่เพียงแต่บรรลุเป้าหมาย แต่ยังเกินเป้าหมายของนิมิตในปี 2020 อย่างมาก
สิ้นสุดปีด้วยเหตุการณ์สำคัญอันยิ่งใหญ่ FJCCA ได้ก่อตั้งคริสตจักรบ้าน 1,087 แห่ง มีผู้เชื่อใหม่ 11,883 คนและมี 5,885 คนที่ได้รับบัพติศมา
หลังจากประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายของนิมิตในปี 2020 ผู้นำได้รับแรงบันดาลใจให้ตั้งนิมิตใหม่ที่กล้าหาญสำหรับปี 2021 คือ ตั้งคริสตจักรบ้านเพิ่มอีก 800 แห่ง
ในเวลานั้น อาจารย์ดไวท์ มาร์ตินได้นำเสนอกลยุทธ์ที่พระเจ้าประทานให้ โดยใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลฮาร์เวสต์ เขาเปิดเผยว่าจังหวัดพิจิตร เป็นทุ่งนาที่พร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยว เพราะมีหมู่บ้านที่ข่าวประเสริฐยังเข้าไม่ถึงมากกว่า 800 แห่ง
อาจารย์ดไวท์ได้เสนอแผนการพลิกฟื้นประเทศไทยที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน แทนที่จะเติบโตแบบกระจัดกระจาย แต่พวกเขาคววรที่จะทุ่มเทความพยายามด้วยความมุ่งมั่น โดยตั้งเป้าที่จะนำพระกิตติคุณไปสู่ทุกหมู่บ้านในจังหวัดเดียว คือ จังหวัดพิจิตร ผู้นำต่างตอบรับกับนิมิตนี้ด้วยความกระตือรือร้นอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ในเดือนธันวาคม สังกัดพันธกิจคริสตจักรไท(AFT) ได้ถูกก่อตั้งขึ้น อาจารย์ดไวท์ได้เป็นประธานคนแรก และองค์กร FJCCA ได้กลายเป็นองค์กรสมาชิกภายใต้ AFT
ในการเข้าถึงจังหวัดพิจิตร ในช่วงแรกทีมงานของ AFT ได้ใช้วิธีที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว คือ การจัดกิจกรรมประกาศข่าวประเสริฐในหมู่บ้านขนาดเล็กหลังจากขออนุญาตจากผู้นำชุมชน
การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ปิดประตูนั้นอย่างกะทันหัน เนื่องจากผู้นำหมู่บ้านปฏิเสธไม่ให้พวกเขาเข้าไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นอุปสรรคที่บั่นทอนกำลังใจได้กลับกลายมาเป็นโอกาส
หลังจากที่ได้อธิษฐาน อาจารย์รัตน์จิโรจน์ได้รับคำแนะนำที่ได้รับการดลใจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งกลยุทธ์ใหม่จะเรียบง่าย เป็นส่วนตัว และเป็นไปตามพระคัมภีร์ คือ ส่งทีม2คนออกไปทีละหมู่บ้าน เดินไปตามทุกถนนและทุกซอกทุกซอย แจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือไปพร้อมๆ กับการแบ่งปันความเชื่อของพวกเขาแก่ผู้ที่เปิดใจรับฟัง
ด้วยแนวทางที่เป็นไปตามพระคัมภีร์และความสำเร็จที่น่าอัศจรรย์ใจในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น วิธีการใหม่นี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ผู้บุกเบิกก่อตั้งคริสตจักรของ AFT ยอมรับว่าเป็นทิศทางที่จำเป็นสำหรับการเดินหน้าต่อไป (แม้ว่าตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องแจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือแล้ว)
การประกาศแบบเน้นการรับใช้ของทีมประกาศได้จุดประกายการตอบรับที่น่าอัศจรรย์ใจ ซึ่งสิ่งนี้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจังหวัดพิจิตรอย่างสมบูรณ์ภายในสิ้นปี 2022 อันดับของจังหวัดพิจิตรเปลี่ยนไปอย่างมากจากจังหวัดที่มีผู้เชื่อน้อยที่สุดเป็นอันดับที่ 70 ในประเทศไทย กลายเป็นอันดับที่ 4 ที่มีผู้เชื่อมากที่สุด
คริสตจักรหมู่บ้าน: ได้มีการก่อตั้งคริสตจักรบ้านใน 888 หมู่บ้านครบทุกหมู่บ้าน คริสตจักรประจำอำเภอ: มีการก่อตั้งคริสตจักรประจำอำเภอ 12 แห่ง เพื่อสนับสนุนผู้เชื่อใหม่
ภายหลังความสำเร็จในจังหวัดพิจิตร แผนงานก็ได้เริ่มต้นขึ้นทันทีในจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดนครสวรรค์
การนำยุทธวิธีไปใช้: ได้กำหนดมาตรฐานรูปแบบ "การสร้างสาวกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล" (Data-Driven Discipleship) ให้เป็นกลยุทธ์การดำเนินงานหลักของ AFT:

ความสำเร็จในจังหวัดเพชรบูรณ์: ดำเนินการตามแผนกลยุทธ์เพื่อก่อตั้งคริสตจักรบ้านใน 1,562 หมู่บ้านครบทุกหมู่บ้าน และคริสตจักรประจำอำเภอใน 11 อำเภอครบทุกอำเภอของเพชรบูรณ์
การขยาย: ขยายขอบเขตการดำเนินงานโดยเริ่มความพยายามในการบุกเบิกก่อตั้งคริสตจักรในจังหวัดชัยภูมิ, พิษณุโลก, และขอนแก่น
ความสำเร็จในจังหวัดนครสวรรค์: บรรลุวัตถุประสงค์ของจังหวัดนี้โดยการก่อตั้งคริสตจักรหมู่บ้านใน 1,119 หมู่บ้านซึ่งครบทุกหมู่บ้าน และก่อตั้งคริสตจักรประจำอำเภอ 12 แห่ง
ความสำเร็จในจังหวัดพิษณุโลก: กำลังดำเนินการตามเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในการครอบคลุมอย่างสมบูรณ์ภายในสิ้นปีนี้
การขยาย: ขยายขอบเขตการดำเนินงานโดยเริ่มความพยายามในการบุกเบิกก่อตั้งคริสตจักรในจังหวัดกำแพงเพชรและลพบุรี
ศูนย์ฝึกอบรม FJCCA: เปิดตัวศูนย์อบรมแห่งใหม่ที่สำคัญในเดือนตุลาคม 2025 ที่อำเภอชนแดน
จังหวัดขอนแก่น: บรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของการก่อตั้งคริสตจักรหมู่บ้านในทุกหมู่บ้านของจังหวัดขอนแก่น และการจัดตั้งคริสตจักรประจำอำเภอในทุกอำเภอ
จังหวัดชัยภูมิ: สิ้นสุดการดำเนินงานทั้งหมดในจังหวัดชัยภูมิ เพื่อให้มั่นใจว่ามีคริสตจักรหมู่บ้านและคริสตจักรประจำอำเภอทั่งทั้งจังหวัด
จังหวัดกำแพงเพชร: บรรลุเป้าหมายพันธกิจของความพยายามในการก่อตั้งคริสตจักรทั่วทั้งจังหวัดกำแพงเพชร
จังหวัดลพบุรี: บรรลุเป้าหมายพันธกิจของความพยายามในการก่อตั้งคริสตจักรทั่วทั้งจังหวัดลพบุรี
การขยาย: เริ่มต้นระยะถัดไปของการขยายโดยเริ่มการดำเนินการก่อตั้งคริสตจักรในจังหวัดอุทัยธานี
You're going to love this! Listen as we unpack the heart and methodology behind AFT's incredible church planting work.
It’s a truly inspiring story!
